Microsoft Research รายงานความก้าวหน้า Project Silica

Microsoft Research เปิดเผยความก้าวหน้าครั้งสำคัญของโครงการ Project Silica เทคโนโลยีจัดเก็บข้อมูลระยะยาวรูปแบบใหม่ที่สามารถบันทึกข้อมูลลงบน “แผ่นแก้ว” และเก็บรักษาได้นานกว่า 10,000 ปี ซึ่งถือเป็นก้าวกระโดดของวงการ Data Storage และ Cloud Infrastructure ในยุคดิจิทัล งานวิจัยล่าสุดได้รับการตีพิมพ์ในวารสารวิทยาศาสตร์ระดับโลก โดยนักวิจัยได้พัฒนาเทคนิคการเขียนข้อมูลลงบนแก้วชนิด Borosilicate Glass หรือแก้วทนความร้อนแบบเดียวกับที่ใช้ในเครื่องครัวและเตาอบ ทำให้ต้นทุนลดลงและมีโอกาสเข้าสู่การใช้งานจริงในอนาคตมากขึ้น

บันทึกข้อมูลด้วยเลเซอร์ระดับเฟมโตวินาที

Project Silica ใช้เทคโนโลยี Femtosecond Laser ยิงพลังงานสูงเข้าไปในเนื้อแก้วเพื่อสร้างโครงสร้างขนาดเล็กระดับไมโครที่เรียกว่า “Voxel” ซึ่งเป็นการเปลี่ยนโครงสร้างภายในแบบถาวร ข้อมูลจะถูกเขียนแบบ 3 มิติ ซ้อนกันหลายร้อยชั้นภายในแผ่นแก้วหนาเพียงประมาณ 2 มิลลิเมตร

  • ความจุสูงสุดต่อแผ่นประมาณ 4.8TB
  • เทียบเท่าหนังสือกว่า 2 ล้านเล่ม
  • เขียนข้อมูลได้กว่า 301 ชั้นในแผ่นเดียว
การอ่านข้อมูลทำผ่านกล้องจุลทรรศน์ความละเอียดสูง พร้อม AI และ Machine Learning ช่วยถอดรหัสข้อมูลออกมาอย่างแม่นยำ



อยู่ได้นานกว่า SSD และ HDD หลายพันเท่า
หนึ่งในจุดเด่นสำคัญคือ “อายุการเก็บข้อมูล”
  • HDD อายุเฉลี่ย 5–10 ปี
  • เทปแม่เหล็กประมาณ 10–30 ปี
  • แต่ Project Silica สามารถเก็บข้อมูลได้นานกว่า 10,000 ปี
การทดสอบแบบเร่งอายุ (Accelerated Aging Test) แสดงให้เห็นว่าข้อมูลสามารถอยู่รอดได้แม้ในอุณหภูมิสูงและสภาพแวดล้อมรุนแรง และอาจยืนยาวกว่านั้นอีกเมื่อเก็บในอุณหภูมิห้อง นอกจากนี้แก้วยังทนต่อ
  • น้ำ
  • ความร้อน
  • ฝุ่น
  • สนามแม่เหล็กไฟฟ้า
ทำให้เหมาะกับการเก็บข้อมูลสำคัญระดับโลก

เป้าหมายเพื่อ Cloud Archive และข้อมูลมนุษยชาติ
เป้าหมายเพื่อ Cloud Archive และข้อมูล มนุษยชาติ
Microsoft มองว่า Project Silica เหมาะสำหรับข้อมูลที่ต้องเก็บระยะยาว เช่น
  • ข้อมูลวิจัยทางวิทยาศาสตร์
  • ข้อมูลรัฐบาล
  • ภาพยนตร์ต้นฉบับ
  • มรดกทางวัฒนธรรม
  • Cloud Archive ระดับ Hyperscale
ที่ผ่านมา Microsoft เคยทดลองบันทึกภาพยนตร์ Superman และข้อมูลแผนที่เกม Flight Simulator ลงบนแผ่นแก้วมาแล้ว อีกทั้งยังถูกนำไปใช้ในโครงการ Global Music Vault ที่เก็บผลงานดนตรีโลกในพื้นที่อาร์กติกเพื่ออนุรักษ์วัฒนธรรมมนุษย์ระยะยาว

ยังไม่ขายทั่วไป แต่อนาคตใกล้เข้ามา
แม้เทคโนโลยียังอยู่ในช่วงพัฒนา แต่ Microsoft ระบุว่าความก้าวหน้าครั้งล่าสุดช่วยลดต้นทุนและความซับซ้อนของอุปกรณ์อ่านเขียนข้อมูลลงอย่างมาก เช่น
  • ใช้กล้องอ่านข้อมูลเพียงตัวเดียว (เดิมหลายตัว)
  • เขียนข้อมูลเร็วขึ้นด้วยเลเซอร์หลายลำแสง
นักวิเคราะห์คาดว่าอาจเริ่มใช้งานในองค์กรและ Data Center ช่วงปี 2027–2030 ก่อนขยายสู่ตลาดวงกว้างในอนาคต
ยังไม่ขายทั่วไป แต่อนาคตใกล้เข้ามา

สรุป
Project Silica คือความพยายามของ Microsoft ในการแก้ปัญหาใหญ่ของยุคดิจิทัล นั่นคือ “ข้อมูลมหาศาลที่ต้องเก็บยาวนาน” โดยเปลี่ยนจากสื่อแม่เหล็กที่เสื่อมสภาพเร็ว ไปสู่สื่อแก้วที่แทบไม่เสื่อมตามกาลเวลา
หากสำเร็จในเชิงพาณิชย์ เทคโนโลยีนี้อาจกลายเป็นรากฐานใหม่ของ Cloud Storage และการอนุรักษ์ข้อมูลมนุษยชาติในอีกหลายพันปีข้างหน้า

tag:Microsoft Research, Project Silica, Microsoft Technology, เทคโนโลยี Microsoft, นวัตกรรม Microsoft, Glass Storage Technology, แผ่นแก้วเก็บข้อมูล, Data Storage Technology, Long Term Data Storage, Data Archiving Technology, Optical Storage, Future Storage Technology, เทคโนโลยีอนาคต, ข่าวเทคโนโลยี, ข่าวไอที, ข่าวไอทีล่าสุด, ข่าวเทคโนโลยี 2026, AI Technology, Artificial Intelligence, Cloud Storage, Cloud Data Storage, Data Center Technology, ศูนย์ข้อมูล Data Center, Big Data, Digital Preservation, Data Backup Technology, เทคโนโลยีจัดเก็บข้อมูล, จัดเก็บข้อมูลระยะยาว, Storage Innovation, Microsoft Innovation, Research Technology, Emerging Technology, Future Innovation, เทคโนโลยีใหม่ล่าสุด, IT News, Tech News, Global Technology, Innovation News, Digital Future, Next Generation Storage
Next Post
หน้าหลัก AI คัดให้ หมวดหมู่ สินค้า